🎫เลือกบัตรโดยสารที่คุ้มกับทริป
เคล็ดลับการใช้ METOBEE / เลือกบัตรโดยสารที่คุ้มกับทริป
ก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่น หลายคนลังเลว่าจะซื้อบัตรโดยสารดีไหม เพราะมีหลายแบบ ครอบคลุมไม่เหมือนกัน และบอกยากว่าคุ้มกับแผนเที่ยวของเราหรือเปล่า
01 แต่ละบัตรใช้ได้คนละสาย
เรื่องแรกที่ต้องดู

บัตรโดยสารของญี่ปุ่นแบ่งได้ราว ๆ สามกลุ่ม
- เฉพาะรถไฟใต้ดิน — ตั๋ว 24/48/72 ชั่วโมงของรถไฟใต้ดินโตเกียว
- เฉพาะ JR — JR Tokyo Wide Pass และแบบอื่น ๆ ใช้กับรถไฟใต้ดินไม่ได้
- รวมรถไฟเอกชน — Greater Tokyo Pass และบัตรข้ามบริษัทอื่น ๆ
จุดที่พลาดกันบ่อยคือ บัตรรถไฟใต้ดินขึ้น JR ไม่ได้ และบัตร JR ก็ขึ้นรถไฟใต้ดินไม่ได้ ถ้าทริปนี้จะใช้สายยามาโนเตะบ่อยแต่ดันซื้อบัตรรถไฟใต้ดิน สุดท้ายก็ต้องจ่ายเพิ่มอยู่ดี
ก่อนเลือกจึงควรดูว่าที่ที่จะไปอยู่บนสายของบริษัทไหน
02 คุ้มหรือไม่คุ้ม ลองคำนวณในแอป
ค้นหาเส้นทางของวันนั้นก่อน


วิธีคิดง่ายมาก ลองค้นหาช่วงที่จะนั่งในวันนั้นแล้วบวกค่าโดยสารดู ถ้ารวมแล้วเกินราคาบัตร ก็แปลว่าคุ้ม
เช่น โรงแรมไปอาซากุสะ อาซากุสะไปชิบูย่า ชิบูย่ากลับโรงแรม ค้นหาทีละช่วงแล้วบวกกัน
ตอนคำนวณ ให้เช็กว่า เพิ่มเติม › บัตรโดยสาร อยู่ในสถานะ ไม่ใช้งาน เพราะถ้าลงทะเบียนไว้แล้ว ค่าโดยสารจะขึ้นเป็น 0 แล้วเทียบไม่ได้
ถ้าวันนั้นนั่งสามสี่เที่ยวขึ้นไป บัตรมักจะคุ้มกว่า แต่ถ้านั่งแค่หนึ่งสองเที่ยวแล้วที่เหลือเดินเอา จ่ายเป็นครั้ง ๆ ถูกกว่า
03 ลงทะเบียนแล้วจะเปลี่ยนอะไรบ้าง
สะท้อนทั้งค่าโดยสารและแผนที่

ซื้อแล้วให้ลงทะเบียนที่ เพิ่มเติม › บัตรโดยสาร จะมี 2 อย่างเปลี่ยนไป
ช่วงที่บัตรครอบคลุมจะไม่ถูกนับเป็นค่าโดยสาร ส่วนที่ใช้บัตรได้จะขึ้นเป็น 0 มีแค่ช่วงที่เกินขอบเขตเท่านั้นที่แสดงจำนวนเงิน จึงรู้ทันทีว่าต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร
แผนที่หน้าหลักจะไฮไลต์สายที่ใช้บัตรได้ เห็นภาพรวมว่าบัตรพาไปได้ไกลแค่ไหน ถ้ารู้สึกว่ารก ปิด แสดงขอบเขตบนแผนที่ ได้ แต่การคำนวณค่าโดยสารยังทำงานเหมือนเดิม
ลงทะเบียนแล้วแต่ค่าโดยสารไม่เป็น 0 ช่วงนั้นน่าจะอยู่นอกขอบเขตของบัตร ลองดูขอบเขตที่ไฮไลต์บนแผนที่